Commercial Archives - Page 37 of 79 - บ้านและสวน
บ้านดงหลง โฮมสเตย์ ที่พักเขาค้อ

The Camping House ชั่วโมงแห่งความสุขที่บ้านดงหลง

ถ้าบ้านพักตากอากาศในจินตนาการของคุณคือบ้านท่ามกลางธรรมชาติที่พร้อมเสิร์ฟความร่มรื่นให้ได้ในทุกช่วงเวลา หุบเขาเทียมเมฆที่พาหมอกบางๆ ลอยมาทักทายคุณในยามเช้า พรรณไม้และผืนป่าเพิ่มความชื่นตาให้คุณในยามบ่าย หรือเสียงหรีดหริ่งเรไรที่คอยส่งเสียงกล่อมให้คุณหลับสบายในยามค่ำ ทุกบรรยากาศเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงที่นี่ค่ะ บ้านดงหลง The Camping House บ้านดงหลง The Camping House คือบ้านตากอากาศของตระกูล “ลัดพลี” อีกหนึ่งผลงานการออกแบบของสถาปนิกและนักจัดสวนอารมณ์ดี คุณโจ๊ก-จักษ์ ลัดพลี ที่เคยทำให้นักเดินทางไปเชียงใหม่ หลงใหลความรื่นรมย์ของ Chic 39 ที่อำเภอแม่ริมมาแล้ว ที่นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นอีก “ลายเซ็น” ที่คุณโจ๊กตั้งใจให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับนิยามคำว่า “บ้านตากอากาศ” ได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกจุดหมายหนึ่ง ความสงบงามเริ่มต้นทักทายเราตั้งแต่รถค่อยๆ ทะยานตัวขึ้นสู่เขาค้อ ถนนสายต้นไม้ที่ลัดเลาะผ่านป่าเบญจพรรณสลับกับเนินทุ่งหญ้าบนเขาไกลๆ อากาศที่ค่อยๆ ลดต่ำลงทำให้เรารู้ว่าเวลาแห่งความสุขกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่นานก็เห็นป้ายซอยเข้าหมู่บ้านเล็กๆ “บ้านดงหลง” ที่สองข้างทางจะพบเห็นชาวบ้านทำเกษตรกรรม ทั้งแปลงผักและร่องสวนผลไม้ ในที่สุดเราก็ถึงจุดหมายซึ่งมีสถาปัตยกรรมโดดเด่นทักทายเรามาจากที่ไกลๆ และเรียกได้ว่าเป็นงาน “ลายเซ็น” ของคุณโจ๊กอย่างชัดเจน   การต้อนรับของเจ้าบ้านก็ยังคงอบอุ่นเช่นเคย คุณโจ๊กเตรียมรับรองเราด้วยผักผลไม้ที่ได้มาจากสวนของชาวบ้านในละแวกใกล้ๆ ก่อนที่จะพาเราลัดเลาะสำรวจพื้นที่รอบๆ บนที่ดินขนาดกว่า 10 ไร่ พร้อมเล่าประวัติว่าเมื่อ 4 ปีก่อนตรงนี้เคยเป็นโรงไม้ของชาวบ้าน ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ จากโรงไม้เก่าที่เริ่มผุพัง คุณโจ๊กมองเห็นความงามที่ซ่อนอยู่ในความทรุดโทรมนั้น […]

CHEEVIT CHEEVA คาเฟ่ที่มีชีวิตมีชีวาสมชื่อ ด้วยรูปทรงออแกนิค

หากพูดถึงสถานที่แฮ้งค์เอ๊าต์ใจกลางเมือง สยามสแควร์คงเป็นจุดหมายที่ใครหลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรก ด้วยความครบครันไม่ว่าจะเป็นแหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือแม้กระทั่งสถานที่กวดวิชา รวมไปถึงร้าน Cheevit Cheeva Cheevit Cheeva คาเฟ่ขนาดเล็กกะทัดรัดที่แทรกตัวอยู่ในสยามสแควร์ อีกหนึ่งสาขาที่เหินฟ้ามาไกลจากเชียงใหม่ มีเจ้าของคือ คุณกันติชา สมศักดิ์ ผู้รักการทานของหวาน และอยากมีร้านเป็นของตัวเอง โดยมีครอบครัวเป็นผู้สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเมนูที่ช่วยกันคิดช่วยกันชิม หรือตัวร้านที่คุณกันติชาเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบเอง สำหรับสาขาสยามสแควร์ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ที่ค่อนข้างแคบ จึงทำให้ไม่สามารถตกแต่งร้านด้วยพรรณไม้นานาพรรณได้อย่างในสาขาต่างจังหวัด แต่เพื่อให้ยังคงคอนเซ็ปต์เดียวกันไว้นั่นคือความมี ‘ชีวิตชีวา’ ตามชื่อร้าน ผู้ออกแบบจึงเลือกใช้รูปทรง Organic Form ซึ่งเป็นรูปทรงที่เกิดขึ้นอย่างอิสระเข้ามาช่วย โดยแทรกลงไปตามจุดต่าง ๆ เช่น ทางเข้าด้านหน้า ไปจนถึงกระจกแต่ละบานที่มีรูปทรงต่างกันบนผนัง นอกจากจะเป็นไอเดียสนุก ๆ แล้ว ยังช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้ร้านดูไม่อึดอัด และมีชีวิตชีวาสมความตั้งใจ เมื่อเดินผ่านทางเข้าที่มีรูปทรงโค้งเว้าสะดุดตาเชื้อเชิญให้เข้าไปด้านใน ทุกคนจะพบกับบรรยากาศภายในที่แสนอบอุ่น ตกแต่งด้วยโทนสีเขียวตุ่นของเก้าอี้และโต๊ะ ตัดกันดีกับส่วนเซอร์วิสโค้งมนสีคอปเปอร์ มีลูกเล่นที่ประตูบานเลื่อน สำหรับกั้นพื้นที่ครัวออกจากมุมให้บริการ ถือเป็นการช่วยประหยัดพื้นที่เปิด-ปิดได้อย่างดี  เรียกว่าลงตัวและกลมกล่อมเหมือนรสชาติของหวานที่ทางร้านเน้นให้เป็นอะไรที่ง่าย รวดเร็ว เหมาะกับชีวิตคนเมือง หากได้มาลองชิมแล้วรับรองต้องติดใจ จนอยากกลับมาที่นี่อีกแน่นอน   ที่ตั้ง สยามสแควร์วัน […]

COMMON ROOM X ARI กล่องกาแฟสีขาวสไตล์มินิมัลกลางอารีย์

แม้จะอยู่ในย่านที่ขึ้นชื่อว่ามีคาเฟ่เยอะที่สุดอย่างซอยอารีย์ แต่ร้าน Common Room X Ari นี้ก็ยังคงเป็นคาเฟ่ที่ถูกพูดถึงและเป็นจุดหมายของคอกาแฟอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงกับความตั้งใจของเจ้าของร้านและสถาปนิกที่เข้ามารีโนเวตร้านเดิม เพื่อให้เกิดภาพจำและความประทับใจใหม่  โดยใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น จนออกมาเป็นคาเฟ่ทรงกล่องสีขาวดูสะดุดตาแม้มองจากที่ไกล           เพื่อสร้างภาพจำให้แก่คาเฟ่ Common Room X Ari ที่มีพื้นที่เพียง 30 ตารางเมตรนี้ แน่นอนว่างานดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งขนาดพื้นที่ที่เล็กเช่นนี้ ทุกจุดจึงเต็มไปด้วยรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของฮวงจุ้ย และความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่แฝงไว้ สำหรับทำหน้าที่สื่อสารบอกเล่าตัวตนแบบไม่ยัดเยียด แถมยังให้ความรู้สึกถึงงานดีไซน์ที่เรียบง่าย สะอาดตา เชิญชวนให้อยากเข้ามาเยี่ยมเยือน                 ที่นี่เด่นด้วยการออกแบบช่องเปิดขนาดใหญ่ สำหรับใช้เป็นวินโดว์ดิสเพลย์ที่สามารถมองเห็นทุกความเคลื่อนไหวภายในร้านได้ สร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่นจากไลท์ติ้งโทนสีวอร์มไวท์ และการเลือกใช้ไม้สีอ่อนเข้ามาเป็นส่วนประกอบในงานตกแต่งตามมุมต่าง ๆ โดยทุกฟังก์ชันล้วนมีความต่อเนื่องกันทั้งภายในและภายนอก ช่วยส่งเสริมให้พื้นที่ขนาดเล็กแห่งนี้แสดงศักยภาพออกมาได้สูงสุด ที่ตั้ง 5 ซอย พหลโยธิน 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท โทร.06-2416-7746 Fb.commonroomxari เจ้าของ : คุณนรฤทธิ์ หอมรังสฤษดิ์ ออกแบบ : […]

“บ้านแม่น้ำ” จากโกดังสู่เกสต์เฮ้าส์ที่อยากเป็นบ้านและไม่ต้องการความโดดเด่นอื่นใด

บ้านแม่น้ำ “ไม่น่าจะเรียกว่าบ้าน” นั่นคือคำตอบที่ออกมาจากปากของนักออกแบบ เมื่อพูดถึงอาคารไม้ใต้ถุนสูงริมแม่น้ำซองกาเรีย  จวบจนได้รู้ว่าอาคารไม้เก่าที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์พื้นถิ่นนี้เคยเป็นโรงงานผลิตไม้ขีดไฟเก่าแก่ของเมืองสังขละบุรี ต่อมาถูกปล่อยเช่าเป็นโกดังเก็บของ จนในที่สุดก็ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้าง ทั้งที่ที่ตั้งอยู่ในทำเลริมแม่น้ำ ไม่ไกลจากสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) และเจดีย์พุทธคยา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกาญจนบุรี “บ้านแม่น้ำ” คือเกสต์เฮ้าส์หลังเล็กที่เกิดจากความตั้งใจของ คุณเรืองกิตติ์ รักกาญจนันท์ ผู้เป็นเจ้าของ เขายังเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ผจญภัย ด้วยความที่คลุกคลีอยู่กับหนังสือมาตลอดชีวิต จึงไม่แปลกที่ห้องรับรองแขกทั้ง 4 ห้อง จะมีชื่อเสียงที่เรียงร้อยอย่างเสนาะหูตามชื่อหนังสือของสำนักพิมพ์ ได้แก่ บ้านแม่น้ำ แดดเช้า หัวใจห้องที่ห้า และเพียงความเคลื่อนไหว ซึ่งทั้งหมดสามารถรองรับผู้เข้าพักได้ไม่เกิน 20 คนเท่านั้น ท่ามกลางทำเลที่ถือว่ามีทัศนียภาพของคุ้งน้ำอันงดงาม สามารถชื่นชมวิถีชีวิตอันเนิบช้าของทั้งชาวไทยและชาวมอญในย่านนี้ได้อย่างใกล้ชิด สภาพเดิมของบ้านแม่น้ำเป็นอาคารไม้หลังเก่าอายุกว่า 70 ปี ที่ผ่านการซ่อมแซมในบางส่วนอย่างไม่ถูกต้อง จนสภาพที่เห็นนั้นไม่สามารถคาดเดาถึงรูปแบบอาคารได้ แต่ คุณพิศิษฐ์ ทองดา นักออกแบบจาก SMO Design Studio ก็ได้ชุบชีวิตอาคารเก่าหลังนี้ให้กลับมาสดชื่นและแข็งแรงอีกครั้งภายใต้แนวคิด “อยากรีโนเวตให้ตรงนี้เป็นเหมือนที่เคยเป็น” คุณพิศิษฐ์เล่าให้ฟังว่า “สิ่งที่ยากคือนาทีแรกที่ได้เห็นอาคารหลังเดิม  เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าที่ตรงนี้จะเรียกว่าอะไร ที่แน่ๆไม่น่าจะเรียกว่าบ้าน ดูคล้ายๆกับโกดังเก็บของ แต่ก็ไม่เหลือเค้าโครงใดๆ ให้เดาได้  อีกทั้งวัสดุก็ล้วนเสื่อมสภาพ  จึงต้องตัดสินใจรื้ออาคารออกทั้งหมด เหลือไว้เพียงแค่คาน […]

EUREKA COFFEE TAP CHONG NONSRI เปลี่ยนซอกตึกเป็นที่นั่งจิบกาแฟแก้วโปรด

ในระหว่างซอกของอาคารพาณิชย์สองหลังแถวหนึ่งบนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ “EUREKA COFFEE TAP” ยึดพื้นที่เพียงไม่กี่ตารางเมตร ณ ที่นั้นเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟนั่งสบายรองรับและช่วยผ่อนความคิดของพนักงานออฟฟิศและผู้คนที่เร่งร้อน พื้นที่ซอกตึกตรงนี้เดิมเคยเป็นที่พำนักชั่วคราวของแผงลอย แม้จะมีขนาดพื้นที่ที่เล็กเกินไปสำหรับร้านค้า แต่ทว่าก็ใหญ่เกินไปที่จะปล่อยให้ไร้ประโยชน์  ยูเรก้าจึงวางแผนแปลงโฉมซอกตึกที่ว่างเปล่านี้ให้กลับมามีชีวิตชีวา ด้วยการใช้วัสดุหลักอย่างกระจกใส ให้คาเฟ่แฝงตัวอย่างกลมกลืนท่ามกลางบริบทเมืองกรุง และด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุอื่นภายใต้ธีมความเป็น “สตรีท” เหมือนเอกลักษณ์ของแบรนด์ยูเรก้าที่ปรากฏในทุกๆ สาขา วัสดุโปร่งแสงด้านบนและด้านหน้าของร้าน ช่วยให้แสงธรรมชาติสาดส่องทั่วถึงทั้งคาเฟ่ตลอดวัน โดยที่ไม่รู้สึกร้อนจนเกินไป เนื่องจากมีเงาของตึกสูงบังอยู่ นอกจากนั้น ยูเรก้าสาขาช่องนนทรีแห่งนี้ก็ยังมีเอกลักษณ์ด้านการใช้วัสดุตกแต่งของตัวเอง เช่น เคาน์เตอร์ปูนที่ทำพื้นผิวรอบๆ ให้ขรุขระ โชว์เนื้อแท้ของพื้นผิววัสดุปูนออกมาอย่างเต็มที่ รวมไปถึงผิวหน้าของท็อปเคาน์เตอร์ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินให้ความรู้สึกคล้ายหินขัด ช่วยเสริมความโดดเด่นให้เคาน์เตอร์บาร์ซึ่งวางยาวเป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดของร้าน อีกทั้งยังมีการเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนถึงบริบทดั้งเดิมของพื้นที่ให้คงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นลายหยดน้ำบนกำแพง หรือร่องรอยของนั่งร้านเหล็กดั้งเดิม กล่าวได้ว่า วัสดุทั้งหมดโดยรวมทำให้ร้านดูดิบแบบ “สตรีท” แต่ก็ยังเรียบเท่ได้อย่างลงตัว IDEAS TO GRAB A. ฉากเหล็กปั๊มรู ช่วยบังมุมมองที่ไม่น่าดู สร้างความเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังสามารถมองผ่านได้ไม่ให้รู้สึกทึบเกินไป B.พนักปูน สกัดผิวขรุขระ ให้ความรู้สึกดิบและดึงดูดสายตา ความเป็นที่นั่งถาวรยังช่วยกั้นพื้นที่ สร้างความเป็นส่วนตัวได้ชัดเจน C. โต๊ะลายหินขัดแฝงอารมณ์พื้นผิวแห่งความคลาสสิก ที่ทำความสะอาดง่ายแถมทนทาน D. […]

คาเฟ่ NO. 8

NO.8 คาเฟ่ในบรรยากาศโรงเตี๊ยมที่บ้านหมายเลข 8

ร้าน NO.8  คาเฟ่ไซส์มินิชื่อเดียวกับบ้านเลขที่ แทรกตัวต่อเนื่องกับพื้นที่สำนักงานของเอเจนซี่ไฟแรง อย่าง Storyteller Bangkok DESIGNER DIRECTORY ออกแบบ: Alkhemist Architects จากเดิมที่ตั้งใจให้เป็นเพียงเคาน์เตอร์กาแฟสำหรับสมาชิกในทีมและลูกค้า แต่ในที่สุดเจ้าของก็ตัดสินใจเนรมิตที่นี่ให้ ร้าน NO.8 กลายเป็นคาเฟ่แบบ Grab and Go แบ่งปันให้ชาวเพลินจิตได้แวะเวียนมาลิ้มลองเครื่องดื่มรสชาติกลมกล่อมในบรรยากาศเป็นกันเอง เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน  แม้จะอยู่ด้านหน้าสำนักงาน แต่ด้วยรูปลักษณ์สะดุดตาสไตล์โรงเตี๊ยมจีนก็ทำให้คนเดินผ่านต้องเหลียวมอง เคาน์เตอร์ปูนเปลือย และบานหน้าต่างกรอบไม้ เข้ากันได้ดีกับกระเบื้องดินเผาสั่งทำพิเศษแบบเก๋งจีน ขับเน้นให้สไตล์ยิ่งเด่นชัดขึ้น แถมประตูเหล็กยืดแบบตึกแถวโบราณก็เป็นอีกลูกเล่นที่ลงตัว และสิ่งโดดเด่นที่สุดคงเป็นภาพลายเส้นบนผนังกลิ่นอายจิตรกรรมจีน ได้รับการปรับประยุกต์ให้ดูร่วมสมัยและสนุกสนานขึ้นด้วยฝีมือของ คุณช่อทิพย์ วีระนพรัตน์ เมนูกาแฟยังสนุกไม่แพ้กัน ด้วยคอนเซ็ปต์ Anything Coffee เริ่มต้นด้วยกาแฟสูตรเฉพาะของร้าน แล้วเสริมด้วยวัตถุดิบชวนเซอร์ไพร้ส์จากบาริสต้าในทุก ๆ วัน นอกจากนี้เมล็ดกาแฟยังเป็นของฝากจากการไปเที่ยวของพนักงานในออฟฟิศ จึงรับประกันความแตกต่างและหลากหลายในแบบที่ลูกค้าจะไม่มีวันเบื่อเลย ที่ตั้ง 888/8 อาคารมหาทุนพลาซ่า ถนนเพลินจิต FB: no8coffeebangkok ออกแบบ : Alkhemist ภาพ : ศุภกร […]

EARLY BIRD บ้านญี่ปุ่นหลังเล็กพร้อมเสิร์ฟในชั่วโมงอันเร่งรีบของชาวอโศก

ความพลุกพล่านของผู้คนที่ทำงานในย่านอโศก ทำให้คุณวีรารัตน์ ทีฑวีรกิจ ผู้ก่อตั้งร้าน “ Early Bird ” มองเห็นศักยภาพในการเปิดร้านเพิ่มเป็นสาขาที่ 3 บริเวณตลาดรวมทรัพย์ จากเดิมที่มีสาขาแรกอยู่ที่ถนนสีลม และสาขา 2 หน้าตึกเสริมมิตรในย่านอโศกเช่นเดียวกัน สำหรับทำเลใหม่อย่างตลาดรวมทรัพย์นี้กล่าวได้ว่าเป็นศูนย์รวมคนหนุ่มสาวออฟฟิศโดยเฉพาะช่วงเวลาเช้าและกลางวัน ด้วยฐานลูกค้าที่ชัดเจนจึงไม่จำเป็นต้องออกแบบร้าน EARLY BIRD ให้ใหญ่นัก เพียงแต่เน้นการออกแบบให้น่าดึงดูดใจด้วยธีมที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น กับการตกแต่งร้านคล้ายบ้านญี่ปุ่นหลังเล็ก ๆ ในบรรยากาศไทย ๆ เน้นใช้โทนสีขาวและไม้ธรรมชาติเป็นหลัก บริเวณหน้าร้านจัดวางโต๊ะที่นั่ง 3 ตัวเล็ก ๆ สำหรับรองรับลูกค้าที่เร่งรีบ ส่วนพื้นที่ด้านในที่มีขนาดจำกัด เจ้าของร้านได้ออกแบบให้มีที่นั่งยาวขนานไปกับแนวผนังกระจกใส เพื่อเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูปลอดโปร่งสบายตา แสงธรรมชาติสามารถส่องทะลุถึงกันได้ทั่วทั้งร้าน ไม่ดูอับทึบหรืออึดอัดแม้จะตั้งอยู่ในพื้นที่อินดอร์ก็ตาม เรียกได้ว่าถ้าใครชอบกลิ่นอายอบอุ่นเป็นกันเองสไตล์ญี่ปุ่นละก็ ต้องถูกใจร้านนี้สุด ๆ แน่นอน ที่ตั้ง ตลาดรวมทรัพย์ ถนนอโศกมนตรี กรุงเทพฯ สาขาอื่นๆ ได้แก่สีลม (อาคารสีลม 64 ชั้น 1) และอโศก (หน้าอาคารเสริมมิตร) เปิดวันจันทร์ – […]

โรงแรมยูจอมเทียนพัทยา แบบเอ๊าดอร์ท

U Jomtien Pattaya โรงแรมที่ทำให้พัทยาแตกต่างจากที่เคยรู้จัก

การเดินทางจากกรุงเทพฯสู่เมืองพัทยาใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น คุณก็จะได้พบชายหาดที่มากด้วยเสน่ห์อันเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวต่างชาติ แต่บรรยากาศในบริเวณหาดจอมเทียน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมน้องใหม่อย่าง U Jomtien Pattaya กลับให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป ด้วยทิวทัศน์ริมทะเลหน้าโรงแรม U Jomtien Pattaya ที่แตกต่างจากเมืองพัทยาที่เคยพบเจอ ไม่มีสิ่งก่อกวนและความวุ่นวายให้เห็น เพราะที่นี่เต็มไปความสงบเงียบที่สอดรับกับงานดีไซน์ของโรงแรมซึ่งออกแบบให้เป็นแกลเลอรี่งานศิลปะจากเกลียวคลื่นแห่งท้องทะเล เริ่มจากตัวอาคารที่หันหน้ารับหาดเปิดมุมมองภายในห้องพักแบบ 180 องศา เติมลูกเล่นด้วยระเบียงรูปทรงสามเหลี่ยมเล่นระดับยื่นยาวออกจากตัวอาคารสลับไปมาคล้ายกับคลื่นในท้องทะเล เกิดภาพสะท้อนจากตัววัสดุที่เป็นกระจกใส ขณะที่โถงเข้าอาคารยังคงเล่นระดับฝ้าเพดานด้วยเส้นสายที่ลดทอนมาจากคลื่นคลอเคล้าไปกับแลนด์สเคปที่เรียบน้อย ทำให้อาคารดีไซน์โมเดิร์นในโทนสีเทาดำสูง 8 ชั้นแห่งนี้ยังคงกลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบข้าง ด้วยคอนเซ็ปต์ในการออกแบบที่ตั้งใจให้เป็นอาร์ตแกลเลอรี่ การตกแต่งภายในห้องพักจึงมีการสร้างความแตกต่างด้วยโทนสี แต่ละห้องมีวิวแห่งท้องทะเลเป็นภาพศิลปะผืนใหญ่ผ่านมุมมองริมระเบียง ซึ่งสามารถมองเห็นได้จาก Sexy Bath หรือห้องน้ำที่กั้นผนังกระจกใส สามารถมองทะลุผ่านเตียงนอนสู่ทะเลกว้าง ได้บรรยากาศที่แตกต่างไม่เหมือนที่ไหนอย่างแน่นอน ห้องพักมีให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ ห้องซูพีเรีย 27 ตารางเมตร ห้องดีลักซ์ 35-38 ตารางเมตร ห้องดีลักซ์ ซีวิว 35 – 38 ตารางเมตร และห้องสวีท 54 ตารางเมตร ทั้งยังมี Pool Bar […]